หลักการเช็ควิธีทำสีของรถมือสอง ให้ได้รถดี ขายต่อได้ราคา

หลักการเช็ควิธีทำสีของรถมือสอง ให้ได้รถดี ขายต่อได้ราคา

เชื่อว่าเวลาที่คุณไปเลือกซื้อรถมือสองตามแหล่งต่างๆ คุณคงจะได้เห็นว่า รถมือสองส่วนใหญ่มักจะเก็บสีดั้งเดิมของตัวรถไว้ เนื่องจากตามกฎหมายระบุว่า หากทำสีใหม่ จะต้องมีการทำเรื่องไปยังกรมการขนส่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร ผู้จำหน่ายรถมือสองส่วนใหญ่จึงไม่คิดทำสีใหม่ ยกเว้นว่าสีเดิมมีสภาพแย่มาก หรือมีร่องรอยชำรุดจริงๆ จึงจะมีการทำสีใหม่ หากเราไม่ได้ทำการตรวจสอบให้ดี เราหลงไปซื้อรถคันดังกล่าวก็จะทำให้การขายต่อราคาต่ำกว่ารถรุ่นเดียวกันคันอื่นๆ

แต่ในหลายครั้ง ผู้จำหน่ายรถมือสองก็แอบทำสีเอง อาจจะด้วยเหตุผลว่าสีเดิมแย่ หรือถ้าร้ายกว่านั้น อาจเป็นการทำสีใหม่เพื่อปกปิดประวัติบางอย่างของรถก็ได้ หากเป็นอย่างนี้ ผู้ขายรถมักจะไม่บอกตรงๆ แล้วถ้าคุณเผลอไปซื้อเข้า บางทีอาจจะได้ของแถม อย่างคดีความที่ติดรถมาก็เป็นได้ หรือไม่ ก็ได้รถที่ไม่ดีมาใช้งาน เป็นรถย้อมแมว ดังนั้น ในการเลือกรถมือสองสักคัน คุณจึงจำเป็นต้องตรวจร่องรอยการทำสีด้วยว่ามีหรือไม่ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจจะสงสัยว่า จะดูสีอย่างไรละถึงจะแยกออกว่ารถคันไหนสีจริง รถคันไหนสีทำใหม่ วันนี้เรามีวิธีการมาฝาก

  1. ดูที่ร่องรอยของสี ว่ามีรอยสนิม รอยลอก หรือรอยทับซ้อนระหว่างสีเก่ากับสีใหม่หรือไม่ ในกรณีที่สีมีรอยสนิมเหลืออยู่ คุณก็อาจจะสันนิษฐานได้ว่า สีที่เห็นอยู่นั้นเป็นสีเก่าที่ไม่ได้ผ่านการทำใหม่ ส่วนถ้ามีรอยลอก คุณก็ลองดูพื้นผิวที่เผยออกมาว่าเป็นแบบใด เป็นตัวถังรถที่เป็นโลหะจริงๆ หรือว่าเป็นสีเก่า หากเป็นกรณีแรก สีที่ลอกไปย่อมเป็นสีเดิม แต่ถ้าเป็นกรณีหลัง สีที่ลอกออกไปย่อมเป็นสีใหม่
  2. สังเกตพื้นผิวของสี และเนื้อสีว่าเป็นอย่างไร ตรวจดูให้หมดไม่ว่าจะเป็นรอยนูน รอยบุ๋ม รอยถลอก และคุณภาพของสี ถ้าสีบนตัวถังแห้งกรอบ ก็สันนิษฐานได้ว่าเป็นสีเดิม แต่ถ้าเป็นสีที่มัน และยังคงสภาพ ก็คิดไว้ได้เลยว่าต้องเป็นสีใหม่แน่นอน